กรมสรรพากรเปิดตัว e-Stamp Duty ทำธุรกรรม 5 ประเภท ไม่ต้องติดอากรแสตมป์แบบเดิม

กรมสรรพากรเปิดตัว e-Stamp Duty ทำธุรกรรม 5 ประเภท ไม่ต้องติดอากรแสตมป์แบบเดิม

 

กรมสรรพากร
Revenue Department News

 

กรมสรรพากรยกระดับบริการจัดทำระบบการชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์อ.ส.9 หรือ e-Stamp Duty รองรับการทำธุรกรรม 5 ตราสารอย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มความสะดวกลดขั้นตอนการจัดทำเอกสารด้วยกระดาษ ประหยัดการเดินทางให้กับผู้ประกอบธุรกิจ

นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “กรมสรรพากรได้ผลักดันกระบวนการทำงานโดยใช้ Digital มากขึ้นโดยเปิดกว้างการให้บริการผ่านระบบ Open API เพื่อให้เข้าถึงบริการที่รวดเร็วและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ระบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์อ.ส.9 หรือ e-Stamp Duty ถือเป็นระบบที่ช่วยให้การชำระอากรแสตมป์เป็นเรื่องง่าย ลดปัญหาความยุ่งยากในการเดินทางไปชำระอากรแสตมป์ และการคำนวณอากรแสตมป์ผิดพลาด เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการได้มากขึ้น

ผู้มีหน้าที่เสียอากรที่ประสงค์จะนำตราสารที่สามารถช าระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สามารถยื่นคำขอผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและชำระค่าอากร ก่อนกระทำตราสารหรือภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันกระทำตราสารโดยไม่เว้นวันหยุดราชการ และชำระเงินค่าอากรโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของกรมสรรพากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Payment) ทั้งนี้ต้องเป็นตราสารที่จัดทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ประกอบด้วยตราสาร ๕ ลักษณะ ได้แก่

    1. จ้างทำของ
    2. กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร
    3. ใบมอบอำนาจ
    4. ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติในที่ประชุมของบริษัท
    5. ค้ำประกัน

สำหรับการยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงิน ตาม “แบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์” (อ.ส.9) โดยผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากร ที่ www.rd.go.th > e – Filing > ระบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์นอกจากนี้ ยังสามารถยื่นผ่านทาง Application Programming Interface(API) ของกรมสรรพากร ซึ่งระบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์จะเปิดให้บริการ
เฉพาะการขอเสียอากรฉบับปกติภายในก าหนดเวลา หากต้องการขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินส าหรับตราสาร
ที่เกินกำหนดเวลาหรือยื่นแบบเพิ่มเติม ต้องยื่นด้วยแบบ อ.ส.4, อ.ส.4ข ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา”

โฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อผู้ยื่นขอเสียอากรด้วย e – Stamp Duty โอนเงินค่าอากรเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของกรมสรรพากรแล้ว เมื่อกรมสรรพากรได้ออกรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์พร้อมใบเสร็จรับเงินตามจำนวนเงินค่าอากร และเจ้าหน้าที่รับชำระเงินได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้เสียอากรแล้วถือว่าตราสารตามรายการข้อมูลในแบบขอเสียอากรแสตป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (อ.ส.9) ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว”

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส านักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศหรือที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161
*****************************************************************************************************************************

กรมสรรพากร เต็มที่ เต็มใจ ให้ประชาชน
สำนักงานเลขานุการกรม
เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2272 9529-30 โทรสาร 0 2617 3324
หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)

ผู้ประกอบการยิ้ม สรรพากรเพิ่ม 23 สกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินตราหลักทางบัญชีภาษีอากร

ผู้ประกอบการยิ้ม สรรพากรเพิ่ม 23 สกุลเงินต่างประเทศเป็นเงินตราหลักทางบัญชีภาษีอากร

กรมสรรพากร
Revenue Department News

 

                   กรมสรรพากรเพิ่มทางเลือกให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในการใช้สกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน (Functional Currency) 23 สกุลเงิน* เพียงบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลดำเนินการแจ้งและขออนุมัติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ www.rd.go.th หรือ https://etax.mof.go.th เพื่อความสะดวกสบาย ลดค่าใช้จ่าย และเพื่อทำให้เกิดความเหมาะสมกับธุรกิจนั้น ๆ

                  นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “กรมสรรพากรได้เพิ่มทางเลือกในการใช้สกุลเงินอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน (Functional Currency) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั้งหมด 23 สกุลเงิน* มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้

    1. จัดทำบัญชีและมีผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีให้การรับรองว่าใช้เงินสกุลนั้น ๆ ในการดำเนินงาน
    2. สกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานต้องเป็นสกุลเงินตามประกาศกระทรวงการคลัง
    3. ยื่นคำขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายใน 6 เดือน นับแต่วันแรกของรอบบัญชีที่ประสงค์จะใช้สกุลเงินนั้น ในการดำเนินงาน
    4. ยื่น แบบฯ ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากรและใช้ Username และ Password นั้นในการเข้าใช้ระบบ
    5. ยื่นแบบ ส.ง. 1 หรือส.ง.ป. 1 หรือแบบขออนุมัติเปลี่ยนแปลง ส.ง. 2 หรือ ส.ง.ป. 2 แล้วแต่กรณีทางเว็บไซต์www.rd.go.th
    6. Scan หนังสือรับรองการจัดทำบัญชีใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน และ Upload ทางเว็บไซต์ www.rd.go.th

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดที่สนใจสามารถเข้ามาแจ้งและขออนุมัติได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร                                                      “www.rd.go.th” > เมนู “e-SERVICES” > หัวข้อ “ภาษีเงินได้นิติบุคคล” > ระบบขออนุมัติใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน > เข้าสู่ระบบ ใช้รหัส Username และ Password เดียวกับการยื่นแบบฯ ทางอินเทอร์เน็ต (e-Filing)

                นอกจากนี้ยังสามารถยื่นความประสงค์ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราสกุลไทยเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงานได้ทางระบบ Tax Single Sign On ที่เว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง https://etax.mof.go.th ได้อีกช่องทางหนึ่ง”

               โฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เงินตราสกุลอื่นนอกจากเงินตราของไทย (บาท) ในการชำระภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น จะได้ประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยลดปัญหาการบันทึกบัญชี ที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งยังทำให้เกิดความเหมาะสมและสอดคล้องกับธุรกิจต่าง ๆ อีกด้วย เป็นต้น”

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ
หรือที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

*ดอลลาร์สหรัฐ, ปอนด์สเตอลิง, ยูโร, เยนญี่ปุ่น, ดอลลาร์ฮ่องกง, ริงกิตมาเลเซีย, ดอลลาร์สิงคโปร์, ดอลลาร์บรูไน, เปโซฟิลิปปินส์, รูเปีย, รูปีอินเดีย, ฟรังก์สวิส, ดอลลาร์ออสเตรเลีย,ดอลลาร์นิวซีแลนด์, ดอลลาร์แคนาดา, โครนาสวีเดน, โครนเดนมาร์ก, โครนนอร์เวย์, หยวนจีน, ดองเวียดนาม, วอนเกาหลีใต้, ดอลลาร์ไต้หวันและดีแรห์มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

กรมสรรพากร เต็มที่ เต็มใจ ให้ประชาชน
สำนักงานเลขานุการกรม
เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2272 9529-30 โทรสาร 0 2617 3324
หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)

สรรพากรประกาศใช้วิสัยทัศน์ใหม่ เริ่ม 1 ตุลาคม พ.ศ.2563

สรรพากรประกาศใช้วิสัยทัศน์ใหม่ เริ่ม 1 ตุลาคม พ.ศ.2563

กรมสรรพากร
Revenue Department News

                       กรมสรรพากรเดินหน้ากำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อให้บุคลากรมองเป้าหมายร่วมกัน และมีทิศทางการทำงานที่ชัดเจนในสถานการณ์ที่มีความท้าทายรอบด้าน และเร่งเครื่องการขับเคลื่อนกลยุทธ์  D2RIVE : Digital Transformation Data Analytics Revenue Collection Value และ Efficiency ให้การจัดเก็บภาษีโปร่งใสเป็นธรรม และมุ่งรักษาวินัยและเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ

                        นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี(กลุ่มธุรกิจพลังงาน)ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “กรมสรรพากรได้จัดท าวิสัยทัศน์ใหม่ของกรมสรรพากร ประจำ ปีงบประมาณพ.ศ. 2564 – 2566 โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์กร ด้วยการระดมความคิด วิเคราะห์ จุดแข็ง ข้อจำกัด โอกาส และความท้าทาย ของกรมสรรพากร และการรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้บรรลุ 3 เป้าหมายหลักของกรมสรรพากร “จัดเก็บภาษีตรงเป้า นโยบายตรงกลุ่ม และบริการตรงใจ” โดยกรมสรรพากรได้ก าหนดวิสัยทัศน์ใน 3 ปีข้างหน้าดังนี้

องค์กรชั้นนำที่จัดเก็บภาษีอย่างโปร่งใสเป็นธรรม
ด้วยนวัตกรรมและบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการคลัง
Leading Tax Agency driven by Integrity
Innovation and Competent Team to foster Fiscal Stability”

                          โฆษกกรมสรรพากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “วิสัยทัศน์ของกรมสรรพากรจะเริ่มใช้วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เพื่อให้บุคลากรกรมสรรพากรมีเป้าหมายในการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับการจัดเก็บภาษีที่โปร่งใสเป็นธรรม โดยการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และข้อมูล และการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะที่จำเป็นกับโลกยุคใหม่เพื่อให้กรมสรรพากรเป็นกำลังสำคัญที่จะร่วมกับทุกภาคส่วนผลักดันให้ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางการคลังที่แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันในเวทีโลก รวมถึงการมีส่วนร่วมฟื้นฟูสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป”

                           หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศหรือที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center) โทร. 1161

*****************************************
กรมสรรพากร เต็มที่ เต็มใจ ให้ประชาชน
สำนักงานเลขานุการกรม
เลขที่ 90 ถนนพหลโยธิน 7 พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 2272 9529-30 โทรสาร 0 2617 3324
หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร 1161 (RD Intelligence Center)

กิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย

กิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย

       การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

       1.  การขายสินค้าหรือให้บริการของผู้ประกอบการที่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ี

       2.   การขายพืชผลทางการเกษตรภายในราชอาณาจักร เช่น ข้าว ข้าวโพด ปอ มันสำปะหลัง ผัก และผลไม้ เป็นต้น ( คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป .28/2535 ฯ ) (เพิ่มเติม…)

การออกใบแทนใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้

การออกใบแทนใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้

      ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้จัดทำใบกำกับภาษี หรือใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้แล้ว ต่อมาหากได้รับการร้องขอจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งทำใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นออกใบแทนใบกำกับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหนี้ หรือใบแทนใบลดหนี้ให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้น โดยดำเนินการดังนี้

       1.   ถ่ายสำเนาใบกำกับภาษี สำเนาใบเพิ่มหนี้ หรือสำเนาใบลดหนี้ และให้บันทึกรายการดังนี้ลงในภาพถ่ายหรือด้านหลังของภาพถ่ายดังกล่าว (เพิ่มเติม…)